วันหนึ่ง ฉันอยากได้รองเท้า
จึงเข้าไปในร้านที่มีรองเท้าหลายแบบ หลากสี
ร้านแล้วร้านเล่า แต่ก็ไม่เจอคู่ที่ถูกใจสักที เลือกแล้ว เลือกอีก จนในที่สุด
ก็มาหยุดอยู่หน้ากระจกร้านหรู รองเท้าส้นสูงคู่นั้นสวยแตะตาฉันตั้งแต่แรกเห็น
...
มันช่างเป็นรองเท้าที่สวยจนอยากมีไว้
ฉันเดินตรงลิ่วเข้าไปหามัน แม้ป้ายบอกคาราแพงลิบ
แต่ฉันไม่ลังเลที่จะจ่ายเงินเพื่อให้ได้รองเท้าที่ถูกใจคู่นี้
"แน่นนิดนึงนะคะ...มีคู่ใหม่ที่ใหญ่กว่านี้มั้ย"
ฉันถามพนักงานขายขณะที่พบว่ามันพอดีจนขยับเท้าไม่ได้
"ไม่มีหรอกค่ะ....เรามีแบบละคู่รับรองว่าใส่แล้วไม่ซ้ำแบบใคร"
...
เย็นวันนั้นฉันกลับบ้านด้วยรอยยิ้มพร้อมกับรองเท้าคู่สวย
ฉันรีบโยนผ้าใบคู่เก่าที่ใส่มาแรมปีทิ้งไปอย่างไม่แยแส
...
วันรุ่งขึ้น ฉันออกเดินด้วยรองเท้าคู่ใหม่อย่างเฉิดฉาย
ยิ่งมีใครชมว่ามันสวยฉันก็ยิ่งปลื้มใจ
ทว่าไม่ทันข้ามวันรองเท้าเจ้ากรรมก็แผลงฤทธิ์ จนฉันต้องเดินโขยกเขยก
เย็นวันนั้นฉันกลับมาบ้านพร้อมกับเท้าที่ระบม
...
....
หากชีวิตเราเหมือนการเดินทางไกล ความรักก็คงเป็นเหมือนรองเท้า
แท้ที่จริงแล้วน่ะ ฉันว่าเราไม่ได้ต้องการรองเท้าสวย มากไปกว่า รองเท้าที่ใส่สบาย
...
....
แต่นั่นแหละ ใครๆก็ย่อมชอบรองเท้าสวยๆ ด้วยกันทั้งนั้น
ไม่น่าแปลกที่หลายคนมักตัดสินใจซื้อรองเท้าเพราะว่า 'มันสวย ' มากกว่า 'มันพอดีกับเท้า'
แม้มันจะคับไปนิด...อึดอัดไปหน่อยก็ยังไม่วางมือ เพราะว่ามันสวยถูกใจ
...
แต่หากว่าเราต้องเดินทางอีกไกล รองเท้าสวยหรู ราคาแพง ก็คงไม่มีประโยชน์
ถ้ามันทำเท้าเราเจ็บ...สุดท้ายก็คงต้องถอดมันออก
เพราะถ้าขืนเดินต่อไปทั้งเท้าเจ็บๆ เราคงไปไม่ถึงปลายทาง
...
....
ความรักก็เช่นกัน... เราอาจใฝ่ฝันที่จะมีคนรักสวย รวย เก่ง ฉลาด เลิศ หรู
แต่ความจริงแล้ว เราเพียงต้องการคนๆนั้น เพื่อให้ตัวเราดูดีขึ้นมาเท่านั้นเอง
ฉันว่ารองเท้าที่ใส่แล้วสบายไม่จำเป็นต้องสวยเด่นอะไร
เพราะฉะนั้น คนที่จะมาจับจูงมือเราไปตลอดทางของชีวิต
ก็ไม่จำเป็น ต้องเป็นคนที่ดีเลิศที่สุด
แต่คงเป็นคนที่รักเรา ดูแลเรา ดีต่อเราเข้าใจเราไม่ทำให้เราเจ็บ ไม่ทำให้เสียใจมากกว่า...
...
บางที...การใส่รองเท้าที่เดินแล้วสบายมันอาจทำให้เรามีความสุขมากกว่า
เพราะฉันเชื่อว่ามันจะพาเราไปจนถึงจุดหมาย
โดยที่เราไม่ต้องเจ็บเท้าและนึกอยากจะโยนมันทิ้งไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด ตลอดการเดินทาง...
เป็นห่วงจัง ดูแลสุขภาพดีๆนะจ๊ะ คิดถึง..เอาใจช่วยเสมอ